
วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 14.30 น. นายคมกฤช อุทะโก เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยนายปรีชา มีนาค นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมหารือหลักสูตรการอบรมพัฒนาผลิตภัณฑ์และพัฒนากลุ่มเกษตรกร เพื่อยกระดับสินค้าข้าวมูลค่าสูง ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ คณะเทคโนโลยีการเกษตรและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการพัฒนาและส่งเสริมด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมฐานชีวภาพ (BCG Economy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (งบพัฒนาจังหวัด) กิจกรรมหลักส่งเสริมการผลิตข้าวอย่างรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสู่การทำเกษตรแบบคาร์บอนต่ำ เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ด้านงานวิจัยและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ หวังยกระดับข้าวชุมชนสู่สินค้าระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลก
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านเทคนิคการทำนาแบบ 4ป+1IPM ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ปรับระดับพื้นที่นา เปียกสลับแห้ง ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน แปรสภาพตอซังฟางข้าว และการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) เพื่อให้ได้ข้าวที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัย (GAP) และก้าวไปสู่มาตรฐานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ในอนาคต
จากการหารือร่วมกับคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ทางโครงการเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและนาแปลงใหญ่ในพื้นที่อำเภอไพศาลีและอำเภอชุมแสง จำนวน 3 กลุ่มที่เข้าร่วมโครงการ โดยเน้นการเปลี่ยนผ่านจากการขายข้าวเปลือกหรือข้าวถุงทั่วไป มาเป็นการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ที่มีดีไซน์ทันสมัย เช่น เซตของขวัญ (Gift Set) หรือบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก (Small Pack) เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคยุคใหม่และกลุ่มคนวัยทำงาน
เป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มมูลค่าสินค้าจากเดิม เช่น ข้าวสารกิโลกรัมละ 60 บาท ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวผ่านการจัดทำแพ็กเกจที่สวยงามและบอกเล่าเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ได้ นอกจากนี้ยังมีการนำระบบ ตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ผ่าน QR Code หรือ Barcode มาใช้เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มา สายพันธุ์ข้าว และความน่าเชื่อถือของกลุ่มเกษตรกรได้โดยตรง
ความร่วมมือในครั้งนี้ได้รับความสนับสนุนจากทีมออกแบบและนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ซึ่งพร้อมจะเป็นที่ปรึกษาด้านการขอมาตรฐาน อย. และการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวที่ตกเกรดหรือข้าวหัก เพื่อนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น โจ๊ก หรือผลิตภัณฑ์ข้าวเพื่อสุขภาพอื่น ๆ อีกด้วย
ในระยะยาว สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์มีแผนที่จะขยายผลความสำเร็จนี้ไปยังพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ เช่น กาแฟโรบัสต้านครสวรรค์ และไม้ผลแปรรูป โดยมุ่งเน้นการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีเพื่อเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งนี้ “เราต้องการให้เกษตรกรไทยไม่ใช่เพียงแค่ผู้ผลิต แต่ต้องเป็น “เกษตรกรมืออาชีพ” ที่รู้จักใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการทั้งกระบวนการผลิตและการตลาด เพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริง” เกษตรจังหวัดนครสวรรค์กล่าวสรุปในที่ประชุม








