
วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30 น. นายคมกฤช อุทะโก เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยนางสาวมัทนาวดี หัทยานนท์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 พ.ศ. 2571 – 2575 และแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ด้านพัฒนาและส่งเสริมการเกษตร ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Cisco WebEx) ณ ห้องประชุมสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครสวรรค์ ชั้น 4 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ โดยในส่วนของจังหวัดนครสวรรค์มี นายคมกฤช อุทะโก เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานการประชุม
วัตถุประสงค์ในการประชุมครั้งนี้เพื่อพิจารณาทบทวนและจัดลำดับความสำคัญของโครงการภายใต้แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ในด้านการพัฒนาและเสริมสร้างการเกษตร ให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่และทิศทางการพัฒนาในระดับกลุ่มจังหวัด รวมทั้งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน และพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และความต้องการของประชาชน โดยมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน (ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ) เพื่อเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน
ที่ประชุมได้นำเสนอประเด็นการพัฒนาที่สำคัญ โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในภาคการเกษตร อาทิ เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) การใช้โดรนเพื่อการเกษตร, เทคโนโลยีชีวภาพในการพัฒนาพันธุ์พืชที่ทนทานต่อสภาพอากาศ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมวิเคราะห์สภาพภูมิอากาศ โดยตั้งเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ให้มีผลผลิตต่อไร่ในพื้นที่โครงการเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 5
และหนึ่งในประเด็นสำคัญที่มีการหารืออย่างเข้มข้นคือการบูรณาการมิติด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับแผนพัฒนา โดยมีข้อเสนอให้ใช้แนวทาง เกษตรมูลค่าสูงบนฐานนวัตกรรมสีเขียว เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งผลักดันการทำเกษตรคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Agriculture) และการได้รับมาตรฐานระดับสากล เช่น Carbon Footprint เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับฟังข้อเสนอแนะที่สอดคล้องกับศักยภาพและปัญหาในพื้นที่ ได้แก่
การบริหารจัดการน้ำ โดยมีข้อเสนอระบบท่อส่งน้ำขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ำให้ถึงพื้นที่ปลายน้ำ รวมถึงการขุดลอกคูคลองที่ตื้นเขิน
การลดต้นทุนการผลิต แนวทางการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยคอกจากมูลสัตว์ในฟาร์มปศุสัตว์เพื่อทดแทนปุ๋ยเคมีที่มีราคาสูง
การสร้างเครือข่ายคนรุ่นใหม่ การส่งเสริมกลุ่ม Young Smart Farmer เพื่อเป็นต้นแบบในการใช้เทคโนโลยีและการตลาดออนไลน์ เชื่อมโยงผู้ผลิตเข้ากับผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมแปรรูปมูลค่าสูง
ในการนี้ ฝ่ายเลขานุการได้กำหนดปฏิทินการดำเนินงาน โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดส่งข้อเสนอโครงการเบื้องต้น (Project Brief) ภายในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 และโครงการฉบับสมบูรณ์ภายในวันที่ 15 กันยายน 2569 เพื่อบรรจุเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติราชการประจำปี พ.ศ. 2571 ต่อไป และเชื่อมั่นว่าการปรับปรุงแผนในครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับภาคการเกษตรสู่ความทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความมั่งคั่งให้กับเกษตรกรในภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม








