
วันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. นายคมกฤช อุทะโก เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยนางนิรัชนี อยู่เย็น เกษตรอำเภอลาดยาว เจ้าหน้าที่กองส่งเสริมโครงการพระราชดำริ การจัดการพื้นที่และวิศวกรรมการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร เจ้าหน้าที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอลาดยาว ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานกิจกรรมพัฒนาเกษตรกรเพื่อให้บริการทางการเกษตร (เครื่องจักรกลทางการเกษตร) โครงการพัฒนาเกษตรกรเพื่อให้บริการทางการเกษตร ณ แปลงใหญ่ข้าวบ้านหน้าเขา หมู่ที่ 7 ตำบลมาบแก และแปลงใหญ่ข้าวบ้านสะเดาซ้าย หมู่ที่ 5 ตำบลห้วยน้ำหอม อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะฯ ได้ติดตามผลการดำเนินงานการบริการเครื่องจักรกลการเกษตรในชุมชน โดยมีนายเรืองวิทย์ เรือศรีจันทร์ ประธานแปลงใหญ่ข้าวบ้านหน้าเขา และนางสาวสมจิตร โพธิวิจิตร ประธานแปลงใหญ่ข้าวบ้านสะเดาซ้าย พร้อมด้วยสมาชิก ให้การต้อนรับและให้ข้อมูล จากการลงพื้นที่ติดตามแปลงใหญ่ทั้งสองกลุ่มได้มีการบริการเครื่องจักรกลทางการเกษตร เช่น รถไถ เครื่องหยอดข้าว รถเกี่ยวข้าว เครื่องอัดฟาง พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงในการบริการให้แก่สมาชิกและบุคคลภายนอก มีการบริหารจัดการ การทำบัญชี และได้เข้าร่วมในการจัดเก็บข้อมูลประเมินผลผู้ที่มีรายได้เพิ่มร้อยละ 10 จากการขึ้นทะเบียนของผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agri Service Provider : ASP) เพื่อสร้างรายได้จากการให้บริการและเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งานอุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องจักร
ทั้งนี้ เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ได้แนะนำกลุ่มเกษตรกรและร่วมแลกเปลี่ยนรับฟังความคิดเห็นของเกษตรกร ดังนี้
1. มุ่งเป้าที่จะพัฒนาเกษตรกรให้เป็นผู้ให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อสร้างรายได้เสริมจากการรับจ้างนอกเหนือจากการทำเกษตรเพียงอย่างเดียว เช่น การรับจ้างหว่านปุ๋ย พ่นยา ไถนา ใช้โดรน เกี่ยวข้าว และอัดฟาง รวมทั้งเสนอแนวคิดการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อเชื่อมโยงผู้ให้บริการกับลูกค้า เพื่อให้เกษตรกรหาคนรับจ้างทำงานในพื้นที่ใกล้เคียงได้สะดวกขึ้นพร้อมทั้งสามารถนัดหมายเวลาทำงานได้ล่วงหน้า และร่วมหารือเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างและการบริหารจัดการเครื่องจักรกลภายในกลุ่มเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สมาชิก
2. ให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนพลังงาน โดยสนับสนุนการใช้ระบบโซลาร์เซลล์สำหรับเครื่องสูบน้ำ เพื่อรับมือกับปัญหาราคาน้ำมันที่ผันผวนและข้อจำกัดในการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงวิกฤต
3. การส่งเสริมการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพต้องการส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรดำเนินงานให้ครบวงจร (Value Chain) ตั้งแต่การผลิตจนถึงการแปรรูป เพื่อสร้างความยั่งยืนและรายได้ที่เพิ่มขึ้น
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ยังได้ร่วมหารือเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรคในพื้นที่กับกลุ่มเกษตรกร เช่น ระบบการจัดการน้ำที่ยังต้องพึ่งพาน้ำฝนและบ่อบาดาลที่มีปัญหาสนิมเหล็ก รวมถึงความต้องการเครื่องจักรเพิ่มเติมอย่างรถดำนาเพื่อให้ครบวงจรการผลิต ซึ่งเกษตรกรมีความต้องการถึงความเป็นไปได้ในการนำรถไถพลังงานไฟฟ้ามาใช้งาน ซึ่งเน้นย้ำให้เกษตรอำเภอนำข้อมูลทั้งหมดไปบรรจุในแผนพัฒนาการเกษตรระดับอำเภอ เพื่อให้โครงการจากภาครัฐตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของเกษตรกรในแต่ละบริบทพื้นที่ ไม่ใช่แค่การดำเนินโครงการตามนโยบายจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว





















