จังหวัดนครสวรรค์ จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่วัดบ้านบน ตำบลม่วงหัก อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ว่าที่ร้อยตรี ศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 และได้รับเกียรติจาก นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมพิธี โดยมีนายคมกฤช อุทะโก เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเกษตรกร เข้าร่วมในโครงการดังกล่าว ทั้งนี้ได้ร่วมกันมอบพันธุ์ปลาน้ำจืด มอบพันธุ์กล้าไม้ และมอบเมล็ดพันธุ์พืช ให้แก่เกษตรกร

โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่นี้ เริ่มจัดขึ้นเนื่องในวโรกาสอันเป็นมิ่งมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระชนมายุครบ 50 พรรษา ในพุทธศักราช 2545 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ขอพระราชานุญาตจัดทำโครงการนี้ขึ้น และได้รับพระมหากรุณาธิคุณทรงรับโครงการไว้ในพระราชานุเคราะห์ พร้อมพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมายตราสัญลักษณ์โครงการ โดยได้ดำเนินงานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

การจัดงานในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ในปีงบประมาณ 2569 ณ วัดบ้านบน ตำบลม่วงหัก อำเภอพยุหะคีรี โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงการบริการทางการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และครบวงจร โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ ภาครัฐ และเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพในคราวเดียวกัน ซึ่งกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย

​1. การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่: อาทิ คลินิกดิน คลินิกพืช คลินิกข้าว คลินิกปศุสัตว์ คลินิกประมง คลินิกชลประทาน คลินิกสหกรณ์

คลินิกบัญชี คลินิกกฎหมาย และคลินิกอื่น ๆ

​2. การถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน

​3. การสนับสนุนปัจจัยการผลิต เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่เกษตรกร

​4. การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและผลผลิตผลิตภัณฑ์จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน โดยมีการจำหน่ายสินค้าที่จำเป็นในราคาถูกกว่าราคาตลาดทั่วไป เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่พี่น้องประชาชน

โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 300 ราย

Scroll to Top