เกษตรนครสวรรค์ ร่วมมือกับภาคเอกชน รุกคืบ “ข้าวคาร์บอนต่ำ” ลดต้นทุน เพิ่มผลิต สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.30 น. นายคมกฤช อุทะโก เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยนางสาวณพเกล้า ดวงหิรัญภักดี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต นายปรีชา มีนาค รักษาการในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ประชุมหารือเพื่อวางแนวทางความร่วมมือในการยกระดับการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ และการจัดการคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างรายได้เสริมและทางรอดให้กับเกษตรกรท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับโครงการ Thai Rice GCF (GIZ) กรมการข้าว และบริษัทโอแลม (ประเทศไทย) จำกัด ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ และผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting

ในที่ประชุมได้มีการสะท้อนปัญหาสำคัญที่เกษตรกรชาวนครสวรรค์และทั่วประเทศกำลังเผชิญ คือสภาวะราคาข้าวตกต่ำและต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น หรือในบางรอบการผลิตเกษตรกรต้องประสบภาวะขาดทุน นอกจากนี้ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิต ทำให้เกษตรกรต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

ดังนั้น จึงทำให้เกิดความร่วมมือเพื่อการพัฒนาพื้นที่และเทคโนโลยี เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว จึงได้วางแนวทางความร่วมมือในหลายมิติ ดังนี้

1. การขยายผลเทคโนโลยี 10+1 ผ่านโครงการ Thai Rice GCF ที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีลดก๊าซเรือนกระจก เช่น การปรับระดับดินด้วยเลเซอร์ (Laser Land Leveling) และ การทำนาเปียกสลับแห้ง (AWD) ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนค่าน้ำและค่าปุ๋ยได้จริง

2. การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่นอกเขตชลประทาน จังหวัดนครสวรรค์จะมีพื้นที่ปลูกข้าวทั้งนาปีและนาปรังรวมกันสูงถึง 3 ล้านกว่าไร่ แต่มีพื้นที่ในเขตชลประทานเพียง 13% จึงร่วมหารือเรื่องการใช้น้ำและการช่วยเกษตรกรนอกเขตให้สามารถทำนาแบบคาร์บอนตํ่าได้

3. นวัตกรรมใหม่เพื่อรายได้เสริม มีการเสนอการใช้ไบโอชาร์ (Biochar) เพื่อบำรุงดินและกักเก็บคาร์บอน รวมถึงการใช้แบคทีเรียย่อยสลายฟางเพื่อลดการเผาและลดก๊าซมีเทน ซึ่งสอดคล้องกับ 13 มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในการรับมือสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

4. การจัดการคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นโอกาสใหม่ในตลาดโลก บริษัทโอแลม และผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอนเครดิต ได้เสนอแนวทางในการนำการลดก๊าซเรือนกระจกของเกษตรกรมาสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านคาร์บอนเครดิต โดยตั้งเป้าศึกษากลุ่มนำร่องเกษตรกรที่ไม่ได้อยู่ในโครงการ Thai Rice GCF ประมาณ 5,000 ราย เพื่อสร้างความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทาน และรองรับมาตรฐานสากล เช่น CBAM ซึ่งจะช่วยให้ข้าวไทยแข่งขันได้ในตลาดพรีเมียมอย่างยุโรปและอเมริกา

ทั้งนี้ เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ได้เสนอแนวคิดว่า จังหวัดนครสวรรค์ภายใต้นโยบายของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์พร้อมที่จะเป็นต้นแบบในการทำเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น พาณิชย์จังหวัด สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อให้เกิดแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในจังหวัดนครสวรรค์ ทั้งในด้านการลดต้นทุน การเพิ่มผลผลิตสูงสุดตามศักยภาพของสายพันธุ์ เพื่อสร้างความยั่งยืนอย่างแท้จริง

Scroll to Top