
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.00 น. นายคมกฤช อุทะโก เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยนางสาวมัทนาวดี หัทยานนท์ และนายสุเมธ อนุสี นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมหารือกับนายอดิศร อินทองคำ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดตาก (เกษตรที่สูง) และเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ในการจัดทำแปลงต้นแบบพืชทางเลือก (กาแฟ – อะโวคาโด) เล็งเห็นความสำคัญของการสร้าง “แปลงต้นแบบ” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ณ ห้องประชุมศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดตาก (เกษตรที่สูง) อำเภอพบพระ จังหวัดตาก
โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาเกษตรกรผู้ปลูกพืชเชิงเดี่ยว บริหารจัดการพื้นที่เพื่อปลูกพืชทางเลือก อันเป็นการส่งเสริมโครงการปลูกพืชมูลค่าสูง โดยจะเน้นการสาธิตการปลูกพืชทางเลือกที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
ซึ่งในส่วนของกาแฟ ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ได้วางแผนส่งเสริมการปลูก กาแฟโรบัสต้า สำหรับพื้นที่ที่มีความสูงต่ำกว่า 800 เมตรลงมา ซึ่งสามารถนำยอดพันธุ์ดีจากแหล่งปลูกแปลงใหญ่ในอำเภออุ้มผางมาใช้ในการ เสียบยอด ซึ่งเป็นเทคนิคที่ทำได้ง่ายและติดเร็ว
สำหรับ อะโวคาโด มีการชูความสำเร็จของสายพันธุ์ “บูธ 7” (Booth 7) ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ดีแม้ในพื้นที่แห้งแล้งอย่างอำเภอหนองบัว
นอกจากนี้ยังมีสายพันธุ์อื่นๆ เช่น ปีเตอร์สัน และบัคคาเนียร์ โดยทางศูนย์ฯ ได้แนะนำให้ใช้การ เสียบยอด เพื่อให้ได้ต้นพันธุ์ที่แข็งแรงและให้ผลผลิตไวภายใน 3-4 ปี ซึ่งมี 2 วิธีหลักคือการเพาะเมล็ดแล้วไปเสียบยอดในแปลง หรือการเสียบยอดในถุงดำให้แข็งแรงก่อนนำไปปลูก
โดยบูรณาการเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้แปลงต้นแบบเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งทางศูนย์ฯ ได้วางระบบการจัดการที่ทันสมัย ดังนี้
– ระบบน้ำและการให้ปุ๋ย: มีการติดตั้งระบบควบคุมอัตโนมัติและชุดพยากรณ์อากาศเพื่อวัดปริมาณน้ำฝนและอุณหภูมิ
– การควบคุมค่า EC: มีการใช้เครื่องวัดค่าการนำไฟฟ้า (EC) เพื่อควบคุมปริมาณปุ๋ยในระบบน้ำให้เหมาะสมกับความต้องการของพืชแต่ละชนิด เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม
การขับเคลื่อนโครงการจัดทำแปลงต้นแบบในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการส่งเสริมการปลูกพืชทางเลือกเพื่อทดแทนพืชเดิมเท่านั้น แต่คือการ “พลิกโฉมเกษตรกรรมพื้นที่ราบและพื้นที่สูงสู่ความยั่งยืน” ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ในการริเริ่มจัดทำโครงการนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาการทิ้งต้นพันธุ์ในอดีต ให้กลายเป็น “แหล่งผลิตพืชเศรษฐกิจคุณภาพ” ที่มีความต้องการของตลาดรองรับอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟระดับประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับรายได้ให้แก่พี่น้องเกษตรกร ที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดทางสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคงมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืนของเกษตรกรจังหวัดนครสวรรค์ได้ในระยะยาว

































