เกษตรนครสวรรค์จับมือองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จัดทําแปลงทดลอง “ไบโอชาร์” ชูโมเดลลดต้นทุน และแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายคมกฤช อุทะโก เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดและอำเภอบรรพตพิสัย ผนึกกำลังร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ), บริษัท เอ็นเนเบิล เอิร์ธ จำกัด และเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่ ลงพื้นที่ตำบลบึงปลาทู อำเภอบรรพตพิสัย เพื่อร่วมลงดำนาในแปลงทดลองขยายผลการใช้ “ไบโอชาร์” (Biochar) หรือถ่านชีวภาพ ภายใต้โครงการความร่วมมือไทย – เยอรมัน ด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC)

การดำเนินงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการเปลี่ยนเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยเฉพาะฟางข้าว ให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าสูงผ่านกระบวนการเผาในระบบปิด (Pyrolysis) โดยไบโอชาร์หรือถ่านชีวภาพนี้มีคุณสมบัติเป็นวัสดุรูพรุนสูง ช่วยปรับค่า pH ในดิน เป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ และสามารถเพิ่มการดูดซับน้ำในดินได้มากกว่า 2 เท่าซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรรับมือกับวิกฤตภัยแล้งได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกักเก็บคาร์บอนในดินเพื่อลดปัญหาโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับการทดลองในพื้นที่ต้นแบบนี้ ได้มีการออกแบบแผนการทดลองอย่างเป็นระบบจำนวน 12 แปลงย่อย ขนาดแต่ละแปลง 8×9 เมตร เพื่อศึกษาอัตราการใช้ที่เหมาะสมและเปรียบเทียบผลลัพธ์ 4 รูปแบบหลัก ได้แก่:

1. แปลงควบคุม (ไม่ใช้ไบโอชาร์)

2. แปลงใช้ไบโอชาร์เพียงอย่างเดียว (81 กก.)

3. แปลงใช้ไบโอชาร์ผสมมูลวัวสด (อัตราส่วน 1:1.2)

4. แปลงใช้ไบโอชาร์ผสมมูลวัวสดร่วมกับจุลินทรีย์

โดยในแต่ละรูปแบบจะมีการทดลองลดสัดส่วนการใช้ปุ๋ยเคมีลง (เหลือ 1/2 และ 3/4 ของอัตราปกติ) เพื่อหาแนวทางที่ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้จริง ซึ่งจากการวิเคราะห์ดินเบื้องต้นพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีค่าการนำไฟฟ้า (EC) ต่ำ การใช้ไบโอชาร์จึงเป็นแนวทางสำคัญในการปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพและเคมีของดินให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก

โครงการนี้ไม่เพียงตอบสนองต่อมาตรการการรับมือผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ใน 13 มาตรการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสอดคล้องกับมาตรการที่ 2 และมาตราการที่ 11 ในการนำไบโอชาร์มาใช้งานและพัฒนาในเชิงพาณิชย์ แต่ยังมีเป้าหมายสำคัญในการลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 และลดการเผาในพื้นที่เกษตรไม่น้อยกว่า 100,000 ไร่อีกด้วย

สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์คาดหวังว่าความสำเร็จจากแปลงทดลองนี้จะช่วยยกระดับการจัดการวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตร เปลี่ยนภาพลักษณ์จากปัญหาการเผาที่สร้างมลพิษ ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและโมเดลธุรกิจเกษตรที่ยั่งยืนสำหรับชาวนครสวรรค์ต่อไปในอนาคต

Scroll to Top