เกษตรนครสวรรค์ ร่วมประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรภายใต้แนวคิด “Field to Fuel” โดยใช้เทคโนโลยี 3B

📈วันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 11.00 น. นายคมกฤช อุทะโก เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยนางสาวมัทนาวดี หัทยานนท์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ ร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรภายใต้แนวคิด “Field to Fuel” โดยใช้เทคโนโลยี 3B : Biomass Biogas และ Biochar ภายใต้โครงการความร่วมมือ ไทย – เยอรมัน ด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) กลุ่มงานพลังงานชีวมวล ณ ห้องประชุม GIZ สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์

✅1. Biomass (Pellet) เตรียมจัดตั้งโรงงานในพื้นที่อำเภอไพศาลี-ท่าตะโก ขนาดกำลังผลิตกว่า 30,000 ตันต่อปี โดยเน้นการรับซื้อฟางข้าวจากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่พิกัดรัศมีรอบโรงงาน เพื่อป้อนเข้าสู่ระบบการผลิต ซึ่งจะช่วยลดการเผาในพื้นที่ได้อย่างไม่น้อยกว่า 60,000 ไร่ อยู่ในระหว่างหาพื้นที่และเตรียมข้อมูลเข้าประชุมคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนงานฯ ต่อไป

✅2. Biogas โดยชูโมเดลความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สามารถใช้ประโยชน์จากฟางข้าว ประมาณ 200 ตันต่อปี โดยการใช้ฟางข้าวหมักร่วมกับมูลสัตว์เพื่อผลิตก๊าซหุงต้มและ “ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง” เป็นผลพลอยได้ จากการวิเคราะห์เบื้องต้น พบว่าเกษตรกรสามารถบริหารจัดการต้นทุน เพื่อให้มีกำไรเหลือหมุนเวียนในชุมชน และเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ให้เป็นโมเดลธุรกิจต่อไป ซึ่งคาดว่าจะลดการเผาในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,000 ไร่

✅3. Biochar ได้ดำเนินการในพื้นที่บรรพตพิสัย คาดว่าสามารถใช้ประโยชน์จากฟางข้าว ประมาณ 3,000 ตันต่อปี อยู่ในระหว่างทดสอบการใช้ Biochar ลงดินและทำการเพาะปลูกข้าวในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569 และคาดว่าจะดำเนินการในพื้นที่อำเภอโกรกพระเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้มีทางเลือกในการหาวิธีการที่เหมาะสมในการบริหารจัดการฟางข้าวหรือเศษวัสดุเหลือใช้ได้อย่างคุ้มค่า โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนส่งตรวจคุณภาพและจับคู่ธุรกิจกับภาคเอกชน (อาทิ กลุ่มบริษัทแจ็คกี้ นครสวรรค์) เพื่อทดลองใช้ในแปลงเกษตรจริงและขยายผลสู่เชิงพาณิชย์

📌ทั้งนี้ เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ตั้งเป้าว่า ในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมนี้ เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยโครงการวางเป้าหมายที่จะเห็นความชัดเจนของการจัดตั้งโรงงานและการเริ่มเดินระบบภายในช่วงกลางปี 2569 นี้ โดยเน้นการทำงานแบบ “คู่ขนาน” คือทั้งเตรียมคน เตรียมพื้นที่ และเตรียมข้อกฎหมายไปพร้อมกัน เพื่อความต่อเนื่องของโครงการ โดยเป้าหมายสูงสุดของโครงการคือการจับคู่ระหว่างบริษัทกับเกษตรกรให้เดินไปด้วยกันได้ เพื่อให้วัสดุเกษตรที่เคยถูกเผา กลายเป็นรายได้กลับคืนสู่มือเกษตรกรนครสวรรค์อย่างยั่งยืน

Scroll to Top