
วันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 09.30 น.
นายบดินทร์ เกษมศานติ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในการประชุมติดตามรายงานความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรภายใต้แนวคิด “Field to Fuel” โดยมีนายคมกฤช อุทะโก เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยนางสาวมัทนาวดี หัทยานนท์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ ร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ได้ร่วมให้ข้อมูลและรายงานความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรภายใต้แนวคิด “Field to Fuel” โดยใช้เทคโนโลยี 3B : Biomass Biogas และ Biochar ภายใต้โครงการความร่วมมือ ไทย – เยอรมัน ด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) กลุ่มงานพลังงานชีวมวล ณ ห้องประชุม GIZ สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
⏩✅การดำเนินงานที่ผ่านมา มุ่งสร้างการรับรู้แก่เกษตรกร และบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานพลังงานจังหวัดนครสวรรค์ และ GIZ รวมถึงภาคเอกชนและหน่วยงานวิชาการ เพื่อพัฒนาแนวทางการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ทั้งด้านพลังงานและการใช้ประโยชน์เชิงเกษตร โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดตั้งคณะทำงานอำนวยความสะดวกด้านกฎหมาย เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการชีวมวลในระดับพื้นที่ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งแนวทางของจังหวัดนครสวรรค์ในการดำเนินแนวคิด “Field to Fuel” โดยใช้เทคโนโลยี 3B ดังนี้
⏩1. Biomass (การทำชีวมวลอัดเม็ด : Pellet) นำร่องโดยกลุ่มเกษตรกร อ.ไพศาลีและ อ.ท่าตะโก สามารถใช้ประโยชน์จากฟางข้าวไม่น้อยกว่า 30,000 ตันต่อปี อยู่ระหว่างหาทำเลที่ตั้งโรงงาน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับซื้อฟางได้ในเดือนตุลาคม
⏩2. BioGas (แก๊สชีวภาพ) นำร่องโดยกลุ่มเกษตรกร อ.หนองบัว คาดว่าสามารถใช้ประโยชน์จากฟางข้าว ประมาณ 200 ตันต่อปี อยู่ในขั้นตอนระดมเงินทุน ซึ่งคาดว่าสามารถดำเนินการติดตั้งระบบในเดือนสิงหาคม
⏩3. Biochar (ถ่านชีวภาพ) นำร่องโดยกลุ่มเกษตรกร อ.บรรพตพิสัย คาดว่าสามารถใช้ประโยชน์จากฟางข้าว ประมาณ 3,000 ตันต่อปี อยู่ในระหว่างทดสอบการใช้ Biochar ลงดินเพื่อวัดประสิทธิภาพของการใช้งาน
✅ทั้งนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์มีเป้าหมายพัฒนาเป็นต้นแบบการบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นในอนาคต พร้อมทั้งส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อจัดตั้งศูนย์กลาง (HUB) วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น และยกระดับเศษวัสดุเหลือใช้ให้เป็น “โอกาสทางเศรษฐกิจ” สร้างรายได้ และต่อยอดสู่โมเดลธุรกิจเกษตรที่ยั่งยืนในพื้นที่










